วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553

น้ำตกตาดโตน

น้ำตกตาดโตน


ประวัติความเป็นมา :-ในปี พ.ศ. 2513 ป่าไม้จังหวัดชัยภูมิ ได้พิจารณาเห็นว่า น้ำตกตาดโตน ซึ่งอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติภูแลนคา ท้องที่ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วยลานหินกว้างและ มีน้ำไหลตลอดปี เหมาะสมที่จะจัดเป็นวนอุทยานขึ้น จึงได้เสนอให้กรมป่าไม้พิจารณาดำเนินการ ซึ่งกรมป่าไม้มีมติเห็นชอบตามที่จังหวัดเสนอให้จัดตั้ง " วนอุทยานน้ำตกตาดโตน " ขึ้น เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 โดยอยู่ในความควบคุมดูแลของสำนักงานป่าไม้จังหวัดชัยภูมิ ต่อมา กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้พิจารณาเห็นว่า เพื่อให้การจัดวนอุทยานแห่งนี้เป็นไปตามหลักวิชาการ และเพื่อรักษาสภาพธรรมชาติอันสวยงามแห่งนี้ไว้ ควรสำรวจและปรับปรุงยกฐานะวนอุทยานน้ำตกตาดโตน ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ จึงมีคำสั่งกรมป่าไม้ที่ 655/2518 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 ให้นายไกรลาศ เทพสัมฤทธิ์พร นักวิชาการป่าไม้ 4 หัวหน้าวนอุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน ดำเนินการสำรวจหาข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าวนอุทยานน้ำตกตาดโตนมีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ มีน้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง เหมาะสมจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ตามหนังสือวนอุทยานน้ำตกตาดโตน ที่ กษ 0808(ตน)/28 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2519 กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีมติในคราวการประชุมครั้งที่ 2/2519 เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2519 เห็นชอบให้ยกฐานะวนอุทยานน้ำตกตาดโตนเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าภูแลนคา ในท้องที่ตำบลท่าหินโงม ตำบลห้วยต้อน ตำบลนาฝายและตำบลนาเสียว อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2523 ซึ่งประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 97 ตอนที่ 208 ลงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2523 เป็น อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 23 ของประเทศไทย
บริเวณน้ำตกตาดโตนมี ศาลเจ้าพ่อตาดโตน (ศาลปู่ด้วง) มีประวัติว่า เจ้าพ่อตาดโตนเป็นคนเชื้อสายเขมรอพยพเข้าเมืองไทย ในเวลาใกล้เคียงกับพ่อพระยาแล (พระยาภักดีชุมพล) ท่านบำเพ็ญตนเป็นชีปะขาวยึดมั่นในสมถะ กรรมฐาน ปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด และช่วยรักษาคนไข้ เป็นที่นับถือเลื่อมใสของราษฎรมาก เมื่อถึงแก่กรรมจึงมีีการสร้างศาลขึ้นเพื่อเป็นที่เคารพสักการะไว้หลายแห่ ง นอกจากที่น้ำตกตาดโตนแล้วยังมีศาลปู่ด้วงที่ช่องสามห มอกและที่วัดชัยภูมิพิทักษ์อีกด้วย มักมีประเพณีรำผีฟ้า ผีทรงบวงสรวงเจ้าพ่อเป็นประจำ มีทางลาดยางตลอดถึงน้ำตก


สภาพภูมิประเทศ :- อุทยานแห่งชาติตาดโตน มีพื้นที่อยู่บนเทือกเขาภูแลนคา มีพื้นที่ประมาณ 1 ใน 4 ของเทือกเขาภูแลนคา โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง โดยมีเทือกเขาล้อมรอบที่ราบเอาไว้ ตอนกลางเป็นหุบเขากว้างใหญ่ เทือกเขาที่ล้อมรอบนี้ประกอบด้วยยอดเขาสูงได้แก่ ภูเกษตร ภูดี ภูหยวก เป็นต้น ยอดเขาสูงเหล่านี้เป็นต้นน้ำลำธารและต้นกำเนิดของ " น้ำตกตาดโตน " ซึ่งจะไหลรวมกันเป็นห้วยปะทางและไหลผ่านตัวอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ สภาพป่าเป็นป่าดิบแล้ง ในบริเวณริมห้วยหุบเขาและยอดเขา มีดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ดี และป่าเต็งรังเป็นดินกรวด มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างต่ำ

สภาพภูมิอากาศ :-แบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม อากาศค่อนข้างร้อน ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวน้ำตก เพื่อพักผ่อนและเล่นน้ำ ฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายน - กันยายน น้ำตกตาดโตน จะมีน้ำไหลเต็มที่และสวยงามมาก ฤดูหนาว ระหว่างเดือนตุลาคม - มกราคม อุณหภูมิต่ำสุดในเดือนธันวาคม อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 13 องศาเซลเซียส

























พรรณไม้ :-สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดิบแล้ง ป่าดิบแล้ง Dry Evergreen Forest ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่บริเวณริมลำธาร หุบเขาและยอดเขา พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ มะเกลือ ตะเคียนหนู ตะเคียนทอง และตะแบก เป็นต้น ป่าเต็งรัง ขึ้นอยู่บริเวณเทือกเขา พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ เต็ง รัง พลวง กระบก และกระโดน เป็นต้น ไม้พื้นล่างที่สำคัญ ได้แก่ หญ้าเพ็ก และลูกไม้ต่างๆ













สัตว์ป่า :-สัตว์ป่าส่วนใหญ่เป็นสัตว์ขนาดเล็ก ได้แก่ กระรอก กระแต นกชนิดต่างๆ ซึ่งสัตว์ป่าส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ซึ่งอยู่ไม่ห่างกับอุทยานแห่งชาติตาดโตน

ค่าธรรมเนียมเข้าชม

คนละ 20 บาท

รถยนต์ 30 บาท

อาหาร มีร้านขายอาหาร


การเดินทาง :- การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติตาดโตน สามารถเดินทางได้ดังนี้

ทางรถยนต์
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) มุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรี เมื่อถึงตัวเมืองสระบุรีแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) แล้วแยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ที่อำเภอสีคิ้ว จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดชัยภูมิ รวมระยะทางประมาณ 342 กิโลเมตร
จากตัวจังหวัดชัยภูมิ เดินทางไปทางทิศเหนือ ตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2051 เป็นทางราดยางตลอด ประมาณ 21 กิโลเมตร จะถึงน้ำตกตาดโตน ซึ่งมีที่ทำการอุทยานแห่งชาติตาดโตนอยู่บริเวณน้ำตกตาดโตน
จอดรถไว้บริเวณที่ทำการอุทยานฯ และเดินเท้าเข้าไปยังน้ำตกประมาณ 500 เมตร ตามทางราดยาง หรือลัดเลาะตามโขดหิน

ทางรถประจำทาง..... ไปโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถจ้างเหมาจะสะดวกกว่า เพราะไม่มีรถโดยสารประจำทางโดยตรง แต่จะมีรถยนต์โดยสารไปถึงบ้านตาดโตน แล้วเดินเข้าไปน้ำตกตาดโตนอีกประมาณ 2 กิโลเมตร

สถานที่พักแรม :-น้ำตกตาดโตน มีบ้านพัก มีสถานที่กางเต็นท์ พร้อมทั้งมีร้านค้าไว้บริการนักท่องเที่ยว.......ติดต่อที่พักได้ที่งานบ้านพัก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 61 ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

สิ่งอำนวยความสะดวก
ห้องสุขาชาย มีห้องสุขาชายให้บริการ ที่พักแรม/บ้านพัก มีบ้านพักให้บริการแก่นักท่องเที่ยว จำนวน 10 หลัง ค่ายพักแรม 2 หลัง บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติสถานที่กางเต็นท์/เต็นท์ มีพื้นที่กางเต็นท์ พร้อมห้องน้ำ-ห้องสุขารวม ไว้ให้บริการ ท่านสามารถนำเต็นท์มากางเอง หรือติดต่อขอใช้บริการเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีค่าบริการอยู่หลายอัตราขึ้นอยู่กับชนิด ขนาดของเต็นท์ และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ รายละเอียดเกี่ยวกับที่พักเต็นท์ขอให้ติดต่อสอบถามกับอุทยานแห่งชาติโดยตรง บริการอาหาร มีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 8.00 - 16.30 น.

ข้อควรปฏิบัติในการไปเที่ยว :-
1.ไม่ทำการยึดถือ ครอบครอง แผ้วถางป่า นำออกไปซึ่งแร่, ดิน, หิน, พรรณไม้ และสัตว์ป่า ตลอดจนของป่าทุกชนิด
2.ไม่ล่าสัตว์และไม่นำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ
3.ไม่ทำเสียงดังจนเป็นที่รบกวนแก่นักท่องเที่ยวและสัตว์
4.ต้องช่วยระมัดระวังมิให้เกิดไฟไหม้ป่า หากมีความจำเป็นต้องก่อไฟ เมื่อเสร็จแล้วกรุณาช่วยดับให้เรียบร้อย
5.หากมีข้อสงสัยโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่
























































































































































น้ำตกเอราวัณ


น้ำตกเอราวัณ, กาญจนบุรี

น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกที่สร้างชื่อให้กับกาญจนบุรีมากที่สุดนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ลักษณะเป็นน้ำตกหินปูนสีเหลือง สายน้ำใสสะอาด บางช่วงที่เป็นแอ่งน้ำจะมีสีเขียวมรกต ยามแดดสาดส่องจึงเกิดสีสันที่งดงาม ภายใต้ป่าใหญ่ที่ไม่รกครึ้มเกินไปแวดล้อมอยู่อย่างร่มรื่น



ที่ตั้ง : น้ำตกเอราวัณตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอเมือง อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ภูมิประเทศทั่วไปเป็นภูเขาสูงสลับพื้นที่ราบ และเป็นป่าเบญจพรรณที่ไม่รกชัฏเสียเป็นส่วนใหญ่ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอศรีสวัสดิ์



สถานที่เที่ยว :น้ำตกเอราวัณ : เป็นน้ำตำหินปูน มีลำธารไหลทอดยาว ลงมาจากภูเขาระยะทางที่เกิดเป็นน้ำตกชั้นต่างๆ ประมาณ 1.5 กิโลเมตร สวยงามทั้ง 7ชั้น สามารถเดินเที่ยวชมจนถึงชั้นบนสุด ได้อย่างไม่ยากจนเกินไปนัก ชื่อน้ำตกเอราวัณ มาจาก ลักษณะของน้ำตกชั้นที่ 7 ลักษณะสายน้ำไหลบ่ามองดูคล้ายกับหัวช้างเอราวัณซึ่งมี 3 หัว จึงกลายมาเป็นที่มาของชื่อน้ำตก


เส้นทางศึกษาธรรมชาติ : ทางอุทยานฯ ได้จัดเส้นทางไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการศึกษาธรรมชาติ 2 เส้นทางคือ1. เส้นทางสายป่าดิบแล้งม่องไล่ - ระยะทาง 1,010 เมตร ลักษณะเป็นทางเดินเลียบลำห้วยม่องไล่ เริ่มจากสะพานค่ายพักไปบรรจบกับเส้นทางในน้ำตกเอราวัณชั้นที่ 32. เส้นทางเขาหินล้านปี - ระยะทาง 1,940 เมตร เริ่มจากลานจอดรถไปบรรจบกับเส้นทางสู่น้ำตกบริเวณสะพานของน้ำตกเอราวัณชั้น

การเดินทาง :- แผนที่การเดินทางไปยังน้ำตกเอราวัณ ทางรถยนต์ :- จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนเพชรเกษม ( ทางหลวงหมายเลข 4 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครปฐม จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดราชบุรี จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายปิ่นเกล้า - นครชัยศรี ( ทางหลวงหมายเลข 338 ) มุ่งหน้าสู่นครปฐม จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดราชบุรี


เมื่อถึงสะพานไปจังหวัดกาญจนบุรี ( หลักกิโลเมตรที่ 68 - 69 ) ให้ท่านขับขึ้นสะพานไป หลังลงสะพานแล้ว จากนั้นขับตรงไปประมาณ 11.2 กิโลเมตร ท่านจะพบสี่แยก ( แยกซ้ายไปบ้านโป่ง ตรงไปไปถ้ำค้างคาว เลี้ยวขวาไปกาญจนบุรี ) ให้ท่านเลี้ยวขวา แล้วขับตรงไป ประมาณ 15 กิโลเมตร จะถึงตัวอำเภอท่ามะกา จากนั้นให้ขับตรงไปประมาณ 18.5 กิโลเมตร จะถึงแยกซ้ายไปตัวอำเภอท่าม่วง ไม่ต้องเลี้ยว ให้ขับตรงไปประมาณ 11.1 กิโลเมตร จะผ่านศาลากลางจังหวัด ซึ่งอยู่ด้านขวามือของท่าน จากนั้นขับตรงไป ประมาณ 2.4 กิโลเมตร จะผ่าน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลาง เขต 1 ( ททท ) ซึ่งอยู่ด้านขวามือของท่าน เลยจาก ททท ไปประมาณ 200 เมตร ทางด้านขวามือของท่าน คือ สถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี จากนั้นขับตรงไปประมาณ 3.9 กิโลเมตร ท่านจะผ่านแยกซ้ายมือเข้าสะพานข้ามแม่น้ำแคว ไม่ต้องเลี้ยวให้ขับตรงไป จากแยกซ้ายเข้าสะพานข้ามแม่น้ำแควขับตรงไปประมาณ 2.6 กิโลเมตร ท่านจะพบสี่แยก ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปอำเภอไทรโยค ถ้าตรงไปจะไปน้ำตกเอราวัณ + เขื่อนศรีนครินทร์ ( ทางหลวงหมายเลข 3199 ) ให้ท่านขับตรงไป มุ่งหน้าสู่อำเภอศรีสวัสดิ์ จากสี่แยกนี้ประมาณ 66 กิโลเมตร ท่านก็จะถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เดินเท้าอีกประมาณ 500 เมตร ก็จะถึง น้ำตกเอราวัณ


ทางรถโดยสารประจำทาง :- จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ กรุงเทพฯ - กาญจนบุรี ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยสามารถนั่งรถปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี แล้วไปลงที่สถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี ( จากนั้นนั่งรถสายกาญจนบุรี - เอราวัณ ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ไปลงที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ แล้วเดินเข้าไปยังน้ำตกอีก 500 เมตร )













น้ำตกทีลอซู อ. อุ้มผาง จ. ตาก
น้ำตกทีลอซ ูเกิดจากลำห้วยกล้อท้อไหลมาจากผืนป่าบริเวณทิศตะวัตตกติดชายเแดนพม่า ลำน้ำทั้งสายตกลงจากหน้าผาสูงกลางป่าทึบของป่าทุ่งใหญ่ในเขตพื้นที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เป็นน้ำตกที่ยิ่งใหญ่มีชื่อว่า น้ำตก ทีลอซู มีความสูงประมาณ 300 เมตร เมื่อภาพความสวยงามและยิ่งใหญ่ของน้ำตกทีลอซูปรากฎสู่สายตาแก่นักท่องเที่ยวจึงทำให้ชื่อเสียงของทีลอซูโด่งดังในเวลาอันรวดเร็ว ผู้คนมากมายต่างได้ยินเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของน้ำตกทีลอซู ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวมากมายได้เข้าไปสัมผัสแล้วกลับมาบอกเล่าถึงความสวยงาม แต่เป็นที่น่าเสียดายที่น้ำตกทีลอซูที่เคยยิ่งในใหญ่ครั้งนั้นหดหายไปบ้างเนื่องจากเกิดหน้าผาถล่มเพราะฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ปริมาณน้ำมีมาก หน้าผารับน้ำหนักไม่ไหวจึงถล่มพังลงมา นั่นเป็นเวลาที่ผ่านมานานแล้ว ถึงแม้หน้าผาน้ำตกจะถล่มไปแล้วถึงสองครั้งแต่ความสวยงามของที่ลอซูที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ยังสวยงามเกินพอที่นักท่องเที่ยวจะได้เข้าไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต
ปัจจุบัน น้ำตก ทีลอซู อยู่ในพื้นที่การดูแลของเขตรักษาพันธุ์ป่าอุ้มผาง น้ำตกทีลอซูไม่ใช่อุทยานแห่งชาติ เป็นเพียงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซึ่งมีกฎระเบียบการเข้าไปในพื้นที่เคร่งครัด จุดประสงค์เพื่อปกป้องป่าไว้ไม่ให้ถูกทำลายจากการเข้าไปของมนุษย์
แต่ก่อนนั้นการเดินทางเข้าไปยากลำบาก ต้องล่องแพไม้ไผ่เข้าไปจนถึงจุดหนึ่งซึ่งต้องขึ้นบกและเดินเท้าเข้าไปด้วยความยากลำบาก ต่อมาเริ่มมีถนนดินตัดเข้าไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ แต่เส้นทางก็เพียงถนนดิน เมื่อถึงฤดูฝนถนนก็จะชำรุดเสียหายยากต่อการเดินทาง ปัจจุบันความยากลำบากของการเดินทางเข้าน้ำตกทีลอซูกลายเป็นตำนานเพราะเมื่อปี พ.ศ. 2546 มีการปรับปรุงเส้นทางใหญ่ ทำเป็นถนนลูกรังอัดแน่นอย่างดีมิใช่เส้นทางที่มีแต่หล่มโคลนเหมือนแต่ก่อน ถึงแม้ถนนดีเดินทางเข้าไปง่ายแต่ความเป็นธรรมชาติยังคงถูกรักษาไว้ด้วยกฎระเบียบที่เคร่งครัด ถนนเข้าน้ำตกทีลอซูจะถูกปิดในช่วงฤดูฝนและจะเปิดให้เข้าอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน การเข้าไปชมน้ำตกไม่สามารถนำอาหาร ขนม และขวดน้ำเข้าไปได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่นำติดตัวไปจะต้องฝากไว้ที่จุดตรวจ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้น้ำตกทีลอซูยังคงสะอาดปราศจากขยะ

การเดินทางจากอุ้มผางสู่ ทีลอซู

การล่องแพยังเป็นการเดินทางที่เป็นอมตะสำหรับการเดินทางในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เริ่มฤดูฝนไปจนถึง 1 พฤศจิกายน เส้นทางเข้าทีลอซูถูกปิด การเดินทางเดียวที่ทำได้คือการล่องแพ แต่ก่อนใช้แพไม้ไผ่แต่ในปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้เรือยางลำใหญ่ปลอดภัยกว่าและยังเป็นการอนุรักษ์ จากตัวเมืองอุ้มผางจะต้องลงเรือยางล่องมาตามลำน้ำแม่กลอง ผ่านบ่อน้ำร้อนและแก่งต่างๆ ตลอดเส้นทางที่ล่องเรือผ่านมีทัศนียภาพที่สวยงามและยังคงเป็นธรรมชาติมากๆ เมื่อล่องมาถึงครึ่งทางนักท่องเที่ยวก็จะได้เห็นความสวยงามของน้ำตกทีลอจ่อที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงลงสู่ลำน้ำแม่กลอง ถัดจากนั้นมาไม่ไกลก็จะผ่านน้ำตกสายรุ้ง หากเดินทางไปในช่วงเวลาที่เหมาะสมก็จะเห็นรุ้งกินน้ำที่เกิดจากแสงที่ตกกระทบกับละลองน้ำของสายน้ำตก นอกจากนี้ยังมีน้ำตกริมทางให้ได้หยุดแวะเล่นน้ำกันอีกด้วย ระยะเวลาสำหรับการล่องเรือยางประมาณ 3-4 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับความแรงของกระแสน้ำในแต่ละช่วงเวลา เมื่อขึ้นจากเรือยางจะต้องเดินเท้าต่อไปยังจุดกางเต็นท์พักแรมที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ประมาณ 1 กิโลเมตรแรกเป็นเส้นทางเดินผ่านป่า ช่วงที่เหลือเป็นถนนลูกรังอัดแน่น สภาพเส้นทางมีขึ้นเนินเป็นบางช่วงโดยเฉพาะช่วงแรกๆ จะเป็นการเดินขึ้นเนินเป็นส่วนใหญ่ ช่วงกลางและท้ายจะเป็นทางลงเนิน วันถัดมาจึงจะได้ชื่นชมกับความงามของน้ำตกทีลอซู ตอนเดินทางกลับก็จะต้องเดินย้อนกลับมาตามเส้นทางเดิมเพื่อกลับมาลงเรือยางล่องต่อไปยังจุดที่ลำน้ำบรรจบกับถนน แล้วขึ้นรถกลับสู่รีสอร์ที่พัก
สำหรับการเดินทางในช่วงเวลาที่ถนนเปิดให้รถเข้าจะมีการเดินทางเป็น 2 แบบ ส่วนใหญ่จะนิยมล่องเรือยางไปยังจุดที่ขึ้นบก จากนั้นก็ขึ้นรถต่อไปยังจุดกางเต็นท์ ขากลับก็นั่งรถกลับตรงไปยังรีสอร์ที่พักในตัวเมืองอุ้มผาง สบายๆ ไม่ต้องเดิน แต่ช่วงเวลานั้นจะมีนักท่องเที่ยวมากในช่วงวันหยุดโดยเฉพาะวันหยุดเทศกาล ถ้าหากไปในช่วงเวลาดังกล่าวก็ต้องยอมรับสภาพว่าบรรยากาศของการแค้มปิ้งพักแรมไม่ค่อยดีเท่าไร
อีกแบบหนึ่งสำหรับผู้มีเวลาน้อยและนิยมประหยัด คือการขับรถรวดเดียวจากตัวเมืองอุ้มผางไปยังจุดกางเต็นท์ จากนั้นเดินเท้าเข้าไปเที่ยวน้ำตกแล้วขับรถกลับ
ถึงแม้ช่วงเวลานั้นเส้นทางจะเปิด นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถเข้าไปได้แต่การล่องเรือยางเป็นการเดินทางที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมมากที่สุดเกือบ 99% ทั้งนี้เพราะการล่องเรือยางเป็นรสชาติของการเดินทางไปน้ำตกทีลอซู เหมือนการเดินทางในรุ่นแรกเริ่ม และนักท่องเที่ยวยังได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามของบรรยากาศป่าเขาริมทาง เป็นการเดินทางที่คุ้มค่า

ระยะเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวน้ำตกทีลอซู
โปรแกรม 3 วัน 2 คืน เป็นโปรแกรมที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่พอมีเวลา คืนแรกนอนเต็นท์ที่หน่วยฯ ทีลอซู เช้ารุ่งขึ้นเดินเข้าไปชมน้ำตก แล้วเดินทางกลับรีสอร์ท คืนที่ 2 นอนรีสอร์ทสบายๆ มีน้ำอุ่น เช้าวันรุ่งขึ้นไปชมทะเลหมอกที่ดอยหัวหมด
โปรแกรม 2 วัน 1 คืน เป็นโปรแกรมที่เที่ยวได้อย่างประทับใจในเวลาที่จำกัด คืนแรกนอนที่น้ำตก เช้าเข้าไปชมน้ำตก แล้วเดินทางกลับรีสอร์ท รับประทานอาหารค่ำเสร็จขึ้นรถเดินทางกลับ ถึงกรุงเทพฯ 05.00 น.

ไปน้ำตกทีลอซูช่วงไหนดี เดือนไหนสวยสุด
เป็นคำถามที่ถามกันเข้ามามาก ไม่รู้จะตอบยังไง ลองชมภาพทริปจริงๆ ดีกว่า เราไปบ่อยไปตั้งแต่น้ำขุ่นยันน้ำใส ตั้งแต่น้ำเยอะจนน้ำแห้ง ไปตั้งแต่ไม่ค่อยมีคนจนมีแต่คนเต็มน้ำตก แต่ก็ชอบทุกครั้งที่ไป บางครั้งน้ำตกมีน้ำน้อยหน่อยแต่มีบรรยากาศอย่างอื่นมาทดแทน สรุปคร่าวๆ ดังนี้
ไปช่วงต้นฝนดี มิ.ย. - ก.ค. สภาพเส้นทางที่ล่องเรือยางสวยมาก ต้นไม้เพิ่งออกใบใหม่สีเขียวสดป่าสวย น้ำตกพองาม
ไปช่วงกลางฝนก็ดี ส.ค. - ต.ค. น้ำเยอะดี น้ำตกเต็มหน้าผา แต่ต้องเดินเข้าไป คนก็ไม่ค่อยมีเพราะไม่อยากเดิน
ไปช่วงหมดฝนก็ดี พ.ย. - ธ.ค. สบายๆ ไม่ต้องเดิน นั่งรถถึงจุดพักแรม คนเยอะแต่น้ำเริ่มลดลง
ไปช่วงหนาวจนถึงแล้วก็ดี ม.ค. - เม.ย. คือว่าน้ำใสดี คนก็น้อย น้ำก็น้อย


จะไปยังไงดี ไปกันเอง ไปกับทัวร์
ไปกันเอง --> โดยรถทัวร์ ไปลงที่แม่สอด จากแม่สอดนั่งรถสองแถวไปลงอุ้มผาง 4 ชม. ถึงอุ้มผาง ติดต่อเช่าเรือยาง หรือติดต่อซื้อแพจเก็จทัวร์ท้องถิ่นเที่ยวทีลอซู
ไปกันเอง โดยซื้อแพจเก็จทัวร์เริ่มที่แม่สอด ไปถึงแม่สอดทางทัวร์จะเอารถมารับไปยังอุ้มผาง
ไปเองเป็นหมู่คณะ เช่ารถตู้วิ่งตรงไปยังอุ้มผาง ถึงอุ้มผางติดต่อเช่าเรือยาง หรือติดต่อซื้อแพจเก็จทัวร์ท้องถิ่นเที่ยวทีลอซู
ไปกับทัวร์ --> ขึ้นรถตู้จากจุดนัดหมาย นั่งหลับสบายไม่ต้องคิดอะไรมาก ส่งถึงประตู้ห้องพักรีสอร์ท ล้างหน้า ทานข้าว ลงเรือ พาไปเที่ยวตามโปรแกรม
การเดินทางไปอุ้มผาง
จากกรุงเทพฯ วิ่งไปตามเส้นทางถนนสายเอเซีย มุ่งสู่ตาก แต่ยังไม่ถึงตากเจอแยกซ้ายไปแม่สอด เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 105 ไปจนถึงตัวเมืองแม่สอดให้แยกซ้ายไปอุ้มผาง ตามทางหลวงหมายเลข 1090 สุดทางสาย 1090 ที่อุ้มผาง